วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง

วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง

วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง

วันนี้ทาง rueanglaonaroo.com จะพาสาว ๆ ไปรู้จักกับ วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง ต้องบอกเลยว่าปัญหาผิวมีมากมายที่ต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเจอกับปัญหาผิวหลากหลายรูปแบบ เนื่องจากสภาพอากาศเมืองไทยที่ต้องเผชิญกับแดด และปัญหามลภาวะส่งผลต่อผิวจนเป็นต้นเหตุปัญหาของผิวเรา ไปดูกันค่ะว่าเราสามารถเช็กสภาพผิดได้ยังไงบ้าง

วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง

ทดสอบความกระจ่างใส

เริ่มต้นด้วยการทดสอบความกระจ่างใสของผิวโดยการเทียบแขนกับท้องแขนทั้งสองข้าง พร้อมทั้งสลับข้างกันดูว่าสีผิวของแขนทั้งสองข้างนั้นมีความกระจ่างใสสม่ำเสมอกันหรือไม่ เราจะเน้นที่ความสม่ำเสมอของสีผิวเป็นหลักค่ะ แน่นอนว่าบริเวณแขนอาจจะมีผิวเข้มกว่าท้องแขนเพราะเป็นส่วนที่เจอแดดมากกว่า แต่โดยรวมให้สีผิวของเราต่างกันไม่เกิน 1-2 ระดับ ถือว่าอยู่ในระดับที่พอดีค่ะ แต่ถ้าใครพบว่าผิวของเราเดี๋ยวดำ เดี๋ยวด่าง มีสีผิวไม่สม่ำเสมอกัน ต้องเตรียมตัวบำรุงด่วนเลยนะคะ

วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง

ทดสอบความกระชับของผิว

คุณสาว ๆ หลายคนอาจจะต้องเจอกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย ซึ่งบางทีมองด้วยตาเปล่าอาจจะยังไม่ชัดเจน แบบนี้ต้องลองทดสอบความกระชับของผิวกันค่ะ ขั้นตอนก็ง่ายมาก แค่ลองดึงผิวบริเวณที่ต้องการทดสอบค้างไว้ 2-3 วินาที และสังเกตว่าผิวส่วนนั้นใช้เวลาคืนตัวมากน้อยขนาดไหน โดยปกติแล้วถ้าผิวยังมีความกระชับอยู่ ผิวจะคืนตัวทันทีเมื่อปล่อยมือค่ะ 

ทดสอบจุดด่างดำบนผิว

แน่นอนว่าสาว ๆ หลายคนอาจจะมีจุดด่างดำบนผิวแบบไม่รู้ตัว สำหรับขั้นตอนง่าย ๆ ในการทดสอบจุดด่างดำนั้น แค่ทำมือเป็นรูปโอเค (OK) จากนั้นก็เริ่มทาบลงบนผิวในแต่ละโซน ให้เราโฟกัสผิวที่อยู่ในวงกลมเข้าไว้ค่ะ โซนไหนที่พบว่ามีจุดด่างดำเกิน 3 จุดขึ้นไป แสดงว่าผิวของเราไม่ผ่านและเริ่มมีจุดด่างดำที่ชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นต้องเริ่มหันมาดูแลผิวอย่างจริงจัง และเร่งด่วนได้แล้วค่ะ 

ทดสอบความหมองคล้ำของผิว

ส่วนของการทดสอบความหมองคล้ำของผิว หรือความไวต่อแดด บอกเลยว่าวิธีนี้อาจจะต้องใช้แสงแดดอยู่บ้าง แต่ไม่ต้องไปยืนตากแดดนะคะ เอาเป็นว่าเมื่อไรที่ใส่นาฬิกาหรือสร้อยข้อมือและต้องออกแดด ให้สังเกตสีผิวที่แขนหลังจากถอดนาฬิกาเทียบกับสีผิวปกติ ดูว่าคล้ำหรือสว่างขึ้นมากน้อยแค่ไหน หากสีผิวบริเวณใต้รอยนาฬิกาขาวขึ้นกว่าผิวส่วนอื่น นั่นแสดงว่าผิวของเราขาดการบำรุงค่ะ  

วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง

ทดสอบความชุ่มชื้นของผิว

สำหรับขั้นตอนการทดสอบความชุ่มชื้นของผิวนั้น เพื่อความชัวร์ ทางเราขอแนะนำให้ใช้ตัวช่วยนั่นก็คือ ปากกาวัดความชุ่มชื้นของผิวนั่นเองค่ะ หลักการใช้ก็ง่ายมาก แค่จิ้มตัวทดสอบความชุ่มชื้นของผิวไปยังบริเวณที่เราต้องการ ซึ่งถ้าสมมติหากเราได้วัดค่าแล้วได้ความชุ่มชื้น 25% นั่นหมายความว่าผิวของเราแห้งและขาดความชุ่มชื้น ทั้งนี้ถ้าเป็นค่าของผิวปกติ ไม่ขาดความชุ่มชื้นจะอยู่ที่ 38-42% รู้แบบนี้ ต้องรีบหาตัวช่วยบำรุงผิวด่วน ๆ เลย

และนอกจากวิธีเช็กสภาพผิดตัวแล้วเราก็มีวิธีการเช็กสภาพผิวหน้าง่าย ๆ ด้วย

ผิวธรรมดา

ลักษณะของผิว : ผิวประเภทนี้เป็นผิวที่น่าอิจฉาที่สุดเลยค่ะ เพราะว่ามันไม่แห้ง ไม่มันจนเกินไป เนื่องจากผิวผลิตน้ำไปหล่อเลี้ยงใบหน้าได้อย่างพอดีนั่นเอง

ข้อดี : ผิวดูชุ่มชื้น เรียบเนียน รูขุมขนน้อย

ข้อเสีย : ต้องคอยเติมน้ำให้ผิวอยู่สม่ำเสมอไม่งั้นอาจจะเปลี่ยนเป็นผิวมันหรือผิวแห้งได้

ครีมที่เหมาะกับผิว : เลือกครีมที่ช่วยเติมน้ำและความชุ่มชื้นให้กับผิว

Tips : หมั่นทาครีม ทากันแดด และสครับผิวอยู่สม่ำเสมอ

ผิวแห้ง

ลักษณะของผิว : ผิวประเภทนี้ผลิตน้ำออกมาหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยมาก ผิวหน้าก็จะรู้สึกตึง ๆ แห้ง ๆ และอาจเป็นขุยร่วมด้วยตลอดเวลา

ข้อดี : ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรูขุมขน

ข้อเสีย : เกิดริ้วรอยง่าย ผิวค่อนข้างบางและแพ้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น

ครีมที่เหมาะกับผิว : เลือกครีมที่มีเนื้อเข้มข้นให้ความชุ่มชื่นเป็นพิเศษ

Tips : ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ผิว

วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง

ผิวมัน

ลักษณะของผิว : ผิวประเภทนี้ง่าย ๆ เลยก็คือมีน้ำมาหล่อเลี้ยงผิวมากเกินไปค่ะ และมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามากระตุ้นให้เกิดความมันด้วย เช่น ฮอร์โมน ความเครียด เครื่องสำอาง เป็นต้น

ข้อดี :  เกิดริ้วรอยยากกว่าคนผิวแห้ง

ข้อเสีย : มักจะเป็นสิวง่าย และมีสิวเสี้ยน สิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง

ครีมที่เหมาะกับผิว : เลือกครีมที่มีเนื้อบางเบาเช่น เนื้อ Lotion หรือ Serum

Tips : ไม่ควรล้างหน้าบ่อย ๆ เพราะจะทำให้ผิวยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม และหลีกเลี่ยงการทานอาหาร หรือยาที่ก่อให้เกิดการผลิตความมันบนใบหน้า

ผิวผสม

ลักษณะของผิว : ผิวประเภทนี้มีความไฮโซโก้เก๋ด้วยการเป็นลูกครึ่งค่ะ คือมีทั้งความแห้งและความมันบนผิวหน้า ช่วง T Zone (หน้าผาก จมูก คาง) จะมันและรูขุมขนกว้างเป็นพิเศษ และช่วงแก้มก็จะแห้ง

ข้อดี : บริเวณช่วง T Zone จะเกิดริ้วรอยยาก และจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรูขุมขนในบริเวณที่ผิวแห้ง

ข้อเสีย : ผิวดูแลยากเป็นพิเศษ

ครีมที่เหมาะกับผิว : เลือกครีมที่มีเหมาะสำหรับผิวผสมโดยเฉพาะค่ะ ถ้าเจอครีมที่เขียนว่า เหมาะสำหรับ Combination Skin ก็เลือกมาใช้ได้เลย

Tips : หมั่นใช้ Toner เช็ดส่วนที่ผิวมันออกไป หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงให้เกิดการอุดตันและเป็นสิว

                และทั้งหมดนี้ก็เป็น วิธีเช็กสภาพผิวง่าย ๆ ว่าผิวมีปัญหาแบบไหนด้วยตัวเอง ใครที่เช็กสภาพผิดตัวเองแล้วมีปัญหา ก็ต้องรีบหาครีม หรือโลชั่น ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณมาใช้ดูแลตัวเองดี ๆ สักตัวแล้วล่ะค่ะ สภาพผิวของเราก็สำคัญพอ ๆ กับสุขภาพของเราเลยนะคะ มั่นทาครีมบำรุง และกินวิตามินให้เพียงพอต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินจากผักผลไม้ หรือวิตามินแบบเม็ดและน้ำ หาตัวที่เหมาะกับคุณ และราคาที่ไม่ลำบากต่อตัวเองนะคะ

แนะนำ Items ของใช้ในบ้าน 12 อย่างที่ควรติดบ้าน

 บ้านแต่ละหลังนั้นมีการออกแบบด้วยพื้นฐานที่ตอบโจทย์สำหรับพื้นฐานความต้องการของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก รวมถึงสิ่งเครื่องเครื่องใช้ต่าง ๆ  ในบ้านที่เจ้าของมักจะเลือกซื้อให้ตรงกับความต้องการ แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ตอบโจทย์เสียทุกอย่าง แต่บางอย่างก็อาจจะไม่ได้มีไว้ติดบ้าน ซึ่งเจ้าของเองก็ต้องคำนึงถึงตรงนี้ไว้ด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำ Items ของใช้ในบ้าน 12 อย่างที่ควรติดบ้าน ซึ่งมีทั้งที่ใช้ประโยชน์ได้เลย หรือตกแต่งบ้านก็ได้

Items ของใช้ในบ้าน 12 อย่างที่ควรติดบ้าน